โดย ดร.ดารณี เซกัง

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นภาคส่วนสำคัญที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารทั่วโลก แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้วัตถุดิบจากทะเลในปริมาณมาก เช่น ปลาป่นและน้ำมันปลาในสูตรอาหารสัตว์น้ำแบบเดิม ๆ อาจส่งผลให้เกิดการจับปลามากเกินไป นอกจากนี้ของเสียไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่เกิดจากฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณสารอินทรีย์ในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะแพลงก์ตอนบลูม หรือปรากฏการณ์ที่แพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวนมากผิดปรกติ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและสร้างความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จึงมีการแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความยั่งยืนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไร บทความนี้นำเสนอภาพรวมตั้งแต่ความท้าทาย ไปจนถึงความก้าวหน้าในด้านโภชนาการและการให้อาหารสัตว์น้ำ ตลอดจนข้อจำกัดและแนวทางสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
ความท้าทายในการพัฒนาอาหารสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น การควบคุมต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ความสมดุลของโภชนะของอาหาร การจัดการโรคในฟาร์ม ปัญหาการปนเปื้อน รวมถึงการบูรณาการทางเทคโนโลยีที่จำเป็น เช่น การคิดค้นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทางเลือก ตลอดจนการส่งเสริมความรู้ในกลุ่มผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเอาชนะปัญหาและความท้าทายทั้งหลาย และสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในฐานะแหล่งอาหารที่ยั่งยืน
เดิมทีอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพึ่งพาปลาป่นและน้ำมันปลาจากธรรมชาติเป็นหลัก แต่ด้วยปริมาณทรัพยากรทางทะเลที่มีจำกัด เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความท้าทายอย่างมากในปัจจุบัน การคาดการณ์ระบุว่าอุปทานปลาป่นจะไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในปี 2050 ส่งผลให้เราต้องหาแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ทางเลือกโดยเร่งด่วน (Goldburg 2005) นอกจากนี้การแข่งขันกับอุตสาหกรรมเกษตรอื่น เช่น การผลิตปศุสัตว์ก็มีความต้องการเมล็ดพืชและแหล่งวัตถุดิบโปรตีนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และต้นทุนที่สูงขึ้น สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Glencross 2023) การพัฒนาอาหารสัตว์น้ำที่ยั่งยืนจึงต้องมีการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ผลิตจากอาหารสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำหลายชนิดยังขาดสารอาหารสำคัญที่พบในวัตถุดิบจากทะเล เช่น ปลาป่นหรือน้ำมันปลา ในการประกอบสูตรอาหารจำเป็นต้องคำนึงถึงสารอาหารสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์น้ำ (Bibi 2021) โปรตีนจากพืชและวัตถุดิบทางเลือกต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนวัตถุดิบจากทะเล โปรตีนทางเลือกควรมีปริมาณโปรไฟล์กรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและใกล้เคียงกับปลาป่น โดยเฉพาะ ไลซีน เมไทโอนีน และทริปโตฟาน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นที่มักมีอยู่จำกัดในวัตถุดิบทดแทน เพื่อรองรับความต้องการของสัตว์น้ำในด้านการเจริญเติบโตและการสร้างเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ควรมีกรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า-3 (EPA และ DHA) โคเลสเตอรอล และฟอสโฟลิปิด เพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและมีบทบาทในกระบวนการเมตาบอลิซึมที่หลากหลาย รวมถึงควรเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุรอง เช่น ซิงค์และซีลีเนียมที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบเอนไซม์
ข้อควรพิจารณาอีกประการหนึ่งคือวัตถุดิบทดแทนบางชนิดอาจมีสารที่ยับยั้งการย่อยหรือขัดขวางการทำงานของเอนไซม์บางชนิด ทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ การประกอบสูตรอาหารอย่างระมัดระวัง ให้มีโภชนาการที่เหมาะสมต่อสัตว์น้ำแต่ละชนิด และแต่ละช่วงวัยเพื่อให้แน่ใจว่าสัตว์น้ำที่เลี้ยงในฟาร์มจะเติบโตและมีสุขภาพดีที่สุด จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาอาหารสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าโปรตีนจากพืชและวัตถุดิบทางเลือกอื่นๆ จะ สามารถลดการพึ่งพาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพหากไม่ได้รับการจัดหาอย่างยั่งยืน (Munguti 2021).
การระบาดของโรคในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นภัยคุกคามที่สำคัญซึ่งมักจะทวีความรุนแรงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการให้อาหารที่ไม่เหมาะสมและการจัดการฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำที่แออัดจนเกินไป สภาพแวดล้อมในบ่อที่มีความหนาแน่นสูงซึ่งมีการสะสมของสารอาหารและสารอินทรีย์ในฟาร์มในปริมาณมาก ทำให้สัตว์น้ำอ่อนแอได้ง่าย ทั้งนี้ของเสียสะสมยังเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอัตราการตายจำนวนมาก ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรและยังทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (O’Donncha 2019) เพื่อบรรเทาความเสี่ยงเหล่านี้ การใช้มาตรการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพหรือไบโอเซคเคียวที่เข้มงวดและการปรับปรุงแนวทางการให้อาหารที่เหมาะสมจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Zhou 2017)
ความก้าวหน้าด้านโภชนาการและการให้อาหารสัตว์น้ำ
ในปัจจุบันโภชนาการที่แม่นยำ (Precision nutrition) สำหรับอาหารและการให้อาหารได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ โดยเน้นการปรับโภชนาการและการให้อาหารตามความต้องการเฉพาะของสัตว์น้ำแต่ละชนิด แต่ละช่วงวัย สายพันธุ์ที่เลี้ยง ตลอดจนถึงเหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงการจัดการฟาร์ม เพื่อปรับปรุงอัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหารและสุขภาพโดยรวมของสัตว์น้ำให้ดียิ่งขึ้น (O’Donncha 2019) ขณะเดียวกันยังช่วยลดของเสียอินทรีย์ในบ่อให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งตอบสนองต่อแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสุขภาพที่ดีและเพิ่มผลผลิตในฟาร์ม การวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าอาหารสั่งตัด (tailored diets) สามารถปรับปรุงอัตราแลกเนื้อ (FCR) ได้อย่าง มีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนอาหารต่อกิโลกรัมการผลิตสัตว์น้ำลดลง ส่งผลต่อการลดต้นทุนในการเลี้ยงได้ทางหนึ่ง (Glencross 2023) นวัตกรรมในการคัดเลือกทางพันธุกรรมหรือการคัดสายพันธุ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารทางเลือกก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ (Osmond 2019; Yang 2021) นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจความต้องการทางโภชนาการเฉพาะของแต่ละสายพันธุ์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ในด้านสุขภาพที่ดีขึ้นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์น้ำ นวัตกรรมด้านโภชนาการที่แม่นยำผสมผสานนวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุกรรมและระบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัยทำให้เราสามารถพัฒนาสูตรอาหารและการให้อาหารที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น
การพัฒนาวัตถุดิบทางเลือกที่ยั่งยืนเพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบอาหารแบบเดิม ส่งเสริมให้มีการคิดค้นวัตถุดิบทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนผสมอาหารสัตว์น้ำ รวมถึงวัตถุดิบโปรตีนและไขมันจากตัวอ่อนแมลงวันลายและสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก โปรตีนจากพืช โปรตีนจากหมักจุลชีพหรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (Single cell protein; SCP) และวัตถุดิบพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหาร (by-product) (Mustapha 2021) นอกจากนี้ การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้อาหารฟังก์ชันเพื่อปรับปรุงสุขภาพและประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ การใช้อาหารฟังก์ชั่นมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงไปใช้วัตถุดิบทดแทนปลาป่น ความเครียดจากการผลิตในระบบการเลี้ยงที่มีความหนาแน่นสูงซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเกิดโรคตามมา อาหารฟังก์ชั่นยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลผลิต ลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ และสนับสนุนแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ อาหารฟังก์ชั่นเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์เพิ่มเติมจากโภชนาการพื้นฐานที่สัตว์น้ำต้องการเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี เช่นเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและการดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์ด้วยการเสริมเอนไซม์ เช่น ไฟเตส คาร์โบไฮเดรส และโปรติเอส ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร ลดของเสียในสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการเลี้ยงที่ยั่งยืน เสริมฤทธิ์สารต้านอนุมูลอิสระด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารสัตว์น้ำ เช่น วิตามินซีและอี ซีลีเนียม แคโรทีนอยด์ และโพลีฟีนอล มีบทบาทสำคัญในการปกป้องสารอาหารสำคัญ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และปรับปรุงความต้านทานต่อความเครียด และป้องกันโรคด้วย สารสกัดจากพืช กรดอินทรีย์ กรดอะมิโน วิตามิน เบต้า-กลูแคน และเปปไทด์ชีวภาพ ซึ่งช่วยในการป้องกันโรคและการบำรุงสุขภาพโดยรวม การปรับสมดุลสุขภาพลำไส้ด้วยพรีไบโอติกส์ โปรไบโอติกส์ ซินไบโอติกส์ กลูตามีน และเปปไทด์ชีวภาพ หรือช่วยเพิ่มสีสันของปลาและกุ้งด้วยการเสริมแคโรทีนอยด์ เช่นแอสต้าแซนทีน ช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดและความสวยงาม เป็นต้น
การจัดการให้อาหารที่เหมาะสมเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่สำคัญในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยต้องคำนึงถึงการปรับเปลี่ยนชนิดและปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสภาวะสุขภาพของสัตว์น้ำ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ดี มีอัตรารอดและผลผลิตสูง การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบให้อาหารอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ การบูรณาการโดยการใช้เทคโนโลยีเข้ากับแนวทางการให้อาหารนำไปสู่การพัฒนาระบบการให้อาหารอัจฉริยะ (Smart Feeding Systems) ที่ใช้เซ็นเซอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการติดตามพฤติกรรมของสัตว์น้ำและปรับการให้อาหารแบบไดนามิก ซึ่งช่วยให้การให้อาหารสอดคล้องกับการบริโภคจริง เป็นการลดของเสียและส่งเสริมอัตราการเจริญเติบโต
ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการวิเคราะห์ไมโครไบโอมหรือจุลินทรีย์ในลำไส้สัตว์น้ำ การจัดลำดับพันธุกรรม การสำรวจความหลากหลายของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ ทำให้เกิดความเข้าใจถึงการมีส่วนสนับสนุนในการทำงานของจุลินทรีย์เหล่านี้ต่อโภชนาการ ช่วยให้เราเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ในลำไส้ต่อการย่อยสารอาหารและสุขภาพภาพของสัตว์น้ำ (Peixoto 2021) การให้อาหารที่ส่งเสริมให้เกิดจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้มีสุขภาพดีสามารถช่วยส่งเสริมการย่อยและการดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น และลดความไวต่อการเกิดโรค เช่นการผสมผสานเปปไทด์ชีวภาพหรือสารเสริมฟังก์ชันในอาหารสัตว์น้ำเพื่อช่วยรักษาความสมบูรณ์ของลำไส้และสุขภาพโดยรวมของสัตว์น้ำ
ข้อจำกัดในการพัฒนาโภชนาการและการให้อาหารสัตว์น้ำ
ความท้าทายที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาอาหารสัตว์น้ำไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืน ประการหนึ่งคือ ระเบียบการอนุมัติวัตถุดิบทางเลือก มีกระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายทั้งหลายไม่อยากที่จะลงทุนทำวิจัยและพัฒนา (Mustapha 2021) ยกตัวอย่างเช่น การนำตัวอ่อนแมลงวันลายป่นมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากอุปสรรคด้านกฎระเบียบ แม้ว่ามีแนวโน้มที่ดีในการใช้โปรตีนจากแมลงวันลายสามารถนำมาใช้ทดแทนวัตถุดิบปลาป่นได้ (Hasan 2023) นอกจากนี้ข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจมีบทบาทสำคัญในการนำวัตถุดิบทางเลือกมาใช้ในอาหารสัตว์น้ำ ราคาที่เพิ่มสูงขึ้นของวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะปลาป่นและกากถั่วเหลือง ยังคงเป็นอุปสรรคต่อแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม (Glencross 2023)
ความซับซ้อนในการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งอาจขาดการเข้าถึงเทคโนโลยี การให้อาหาร หรือระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะผสมผสานกับปัญญาประดิษฐ์ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการนำ แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมาใช้ นอกจากนี้งานวิจัยด้านโภชนาการเกี่ยวกับความต้องการสารอาหารสำคัญของสายพันธุ์สัตว์น้ำบางชนิดซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ยังมีข้อมูลจำกัด ทำให้มีความท้าทายในการประกอบสูตรอาหารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผลกระทบจากการผลิตอาหารและการให้อาหารสัตว์น้ำต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอาหารเหลือในบ่อ หรือสารอินทรีย์ในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดภาวะยูโทรฟิเคชัน หรือการบลูมของแพลงก์ตอนหรือสาหร่ายที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ เช่น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุทำให้ค่าออกซิเจนละลายน้ำลดลง ส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพและอาจทำให้สัตว์น้ำตายจากการขาดออกซิเจนได้ มีงานวิจัยรายงานถึงผลกระทบของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในมาเลเซีย ว่ามีส่วนทำให้เกิดการเพิ่มประมาณของไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในแม่น้ำใกล้เคียงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการเน้นถึงความสำคัญของการจัดการอาหารที่เหมาะสมในการลดผลกระทบของของเสียสะสมจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและส่งเสริมแนวทางการเลี้ยงที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย (Kawasaki 2016)
สุดท้ายผู้บริโภคยังขาดการยอมรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มาจากการเลี้ยงด้วยอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มี ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและคุณภาพของอาหารทะเลที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ทำให้มีความจำเป็นต้องมีการรณรงค์ให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการบริโภคและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืน (Goldburg 2005; D’Abramo 2021)
บทบาทสำคัญสำหรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการพัฒนาอาหารสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิผลและส่งเสริมแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ เกษตรกรและภาคเอกชนควรกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยเริ่มจากรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบาย ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการอนุมัติให้รวบรัด เพื่อสนับสนุนการอนุมัติใช้วัตถุดิบทางเลือกใหม่ ๆ ส่งเสริมการลงทุนทำวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้แรงจูงใจทางการเงินมาใช้เพื่อแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน (Mustapha 2021) นักวิชาการและ นักวิจัยควรร่วมมือกับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและใช้ได้จริง โดยเน้นศึกษาค้นคว้าวัตถุดิบทางเลือกใหม่ๆ ขยายการวิจัยเพื่อครอบคลุมสัตว์น้ำที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก (Glencross 2023)
เกษตรกรควรเปิดกว้างต่อการนำอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำเทคนิคการให้อาหารที่แม่นยำมาใช้ ควรหลีกเลี่ยงการทำฟาร์มเลี้ยงที่มีความหนาแน่นสูง และนำแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบระบบบูรณาการมาปรับใช้ ให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี โดยมุ่งหวังเพื่อลดผลกระทบจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด และส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (O’Donncha 2019) ภาคเอกชนควรให้การสนับสนุนการวิจัยและ พัฒนาอาหารสัตว์น้ำที่ยั่งยืนเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น และมีส่วนร่วมในแคมเปญส่งเสริมความรู้ให้กับผู้บริโภค เพื่อยกระดับการยอมรับของตลาดและเพิ่มความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มาจากการเพาะเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้ความร่วมมือกับองค์กรนอกภาครัฐ (NGO) หรือกลุ่มสิ่งแวดล้อม เพื่อ ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Mustapha 2021)
การทำงานร่วมกันจะเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันเพื่อเอาชนะความท้าทายที่อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องเผชิญ พร้อมทั้งส่งเสริมให้อุตสาหกรรมมีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น การให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในโครงการความยั่งยืน เช่น โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากชุมชน จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและรับผิดชอบต่อการบริโภคสัตว์น้ำที่มาจากการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน
บทสรุป
การจัดการด้านโภชนาการและการให้อาหารสัตว์น้ำอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการลดปริมาณของเสียไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะทางน้ำ แนวทางที่สำคัญ ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการอาหารของสัตว์น้ำแต่ละชนิด การให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม การเลือกใช้อาหารที่มีคุณภาพสูง การใช้เทคโนโลยีในการให้อาหาร การพัฒนาอาหารสูตรเฉพาะ และการใช้สารเสริมฟังก์ชันเพื่อช่วยในการปรับปรุงสุขภาพของสัตว์น้ำ หรือการใช้เอนไซม์เช่น ไฟเตสและโปรติเอส ในอาหารฟังก์ชั่น สามารถลดปริมาณฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืน รวมถึงการให้อาหารสัตว์น้ำอย่างถูกวิธีจะช่วยลดของเสีย ลดมลพิษ และเพิ่มผลผลิตในการเลี้ยงสัตว์น้ำได้
แนวทางสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการให้อาหารสัตว์น้ำนั้นแม้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับนวัตกรรมใหม่ เช่น การค้นคว้าวัตถุดิบทางเลือกที่หลากหลาย การนำความรู้ด้านการปรับโภชนาการที่แม่นยำมาใช้ประกอบสูตร การนำระบบบูรณาการมาใช้ในการจัดการการเพาะเลี้ยง การลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการจัดการตามการตอบสนองแบบทันทีทันใด และการส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เมื่อการพัฒนาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดเป็นรูปธรรมจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำให้อุตสาหกรรมสามารถเติบโตและปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น
