โดย ชลิสา กัลยาณมิตร

ปริมาณความต้องการโปรตีนของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก แม้ว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะดูเป็นทางออกที่ดี แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ วิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบดั้งเดิมทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและก่อให้เกิดมลพิษจากการสะสมของเสียและยาปฏิชีวนะ ในเชิงเศรษฐกิจ แนวทางเหล่านี้อาจให้ผลกำไรในระยะสั้น แต่สร้างผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและความขัดแย้งทางสังคมที่เกิดจากการแข่งขันเพื่อเข้าถึงทรัพยากร ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและน้ำ ซึ่งทำลายวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความมั่นใจในความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระยะยาว ซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นด้วย มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐบาลสามารถเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนนี้ได้ ทั้งการส่งเสริมให้เกิดแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่พึ่งพาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การสนับสนุนดังกล่าวมีความสำคัญทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว ช่วยให้เกิดการประยุกต์นำวิธีปฏิบัติการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้
มาตรการอุดหนุนคืออะไร
มาตรการอุดหนุน (Subsidy) คือความช่วยเหลือทางการเงินที่รัฐบาลมอบให้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมเฉพาะ ในบริบทของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การอุดหนุนสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการใช้วิธีปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่วิธีการเหล่านี้ให้ประโยชน์มากมาย แต่มักต้องการการลงทุนเริ่มต้นที่สำคัญในเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบกรองน้ำ อาหารอินทรีย์ และแหล่งพลังงานหมุนเวียน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับเกษตรกรรายย่อย ขัดขวางการนำวิธีปฏิบัติอย่างยั่งยืนมาใช้อย่างแพร่หลาย
นอกจากนี้ แม้จะมีการลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ แล้วก็ตาม แต่การเข้าถึงตลาดสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอาจมีความท้าทาย แม้ว่าความต้องการของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยที่ขาดทรัพยากรและไม่ทราบวิธีการเข้าถึงตลาดเหล่านี้ ทำให้พวกเข้าไม่ได้รับราคาผลผลิตที่เป็นธรรม มาตรการอุดหนุนสามารถจัดการกับข้อจำกัดทั้งสองนี้ได้ โดยการลดภาระต้นทุนเริ่มแรกในการปรับเปลี่ยนสู่แนวทางที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เงินอุดหนุนจึงสามารถทำให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงนิเวศมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจสำหรับผู้ประกอบการมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนโครงการริเริ่มที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนของพวกเขา เช่น การรับรอง (certifications) โครงการติดฉลาก (labeling programs) และความพยายามทางการตลาดแบบร่วมมือ (cooperative marketing efforts) ความช่วยเหลือทางการเงินนี้สามารถทำให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างผู้เล่นในตลาด ทำให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนเป็นทางเลือกที่แข่งขันได้และน่าดึงดูดใจสำหรับเกษตรกรทุกราย ซึ่งในที่สุดจะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีความมั่นคงและขยายตัวได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น
ทำไมมาตรการอุดหนุนจึงเป็นทางออกสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การอุดหนุนจากภาครัฐสามารถจัดการกับความท้าทายที่ขัดขวางการนำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปใช้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นไปยังประเด็นสำคัญหลายประการ
ประการแรก มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐช่วยลดอุปสรรคทางการเงินได้โดยการให้การสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่เกษตรกร ซึ่งเป็นการชดเชยต้นทุนเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีที่ยั่งยืนมาใช้ ตัวอย่างเช่น เงินอุดหนุนที่มุ่งเป้าไปที่การนำเทคโนโลยีมาใช้โดยเฉพาะ เงินสนับสนุนต้นทุนบางส่วนของการติดตั้งระบบกรองน้ำ การติดตั้งพลังงานหมุนเวียน และอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ รวมถึงเงินอุดหนุนการพัฒนาอาหารสัตว์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการผลิตอาหารอินทรีย์ที่ยั่งยืนและราคาไม่แพง
ประการที่สอง มาตรการอุดหนุนสามารถขยายโอกาสทางการตลาดได้ โดยการสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (value chains) และช่องทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และโดยการให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับโครงการรับรองและการติดฉลาก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการยอมรับในตลาดและความไว้วางใจของผู้บริโภค
ประการที่สาม มาตรการอุดหนุนสามารถยกระดับการวิจัยและพัฒนาผ่านการให้ทุนสร้างเทคโนโลยีและวิธีปฏิบัติในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนใหม่ๆ นำไปสู่วิธีการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น
ประการที่สี่ มาตรการอุดหนุนอาจอยู่ในรูปความช่วยเหลือทางเทคนิคผ่านโครงการฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพเพื่อให้เกษตรกรได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน
ประการที่ห้า มาตรการอุดหนุนสามารถอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยการลงทุนในโรงเพาะฟัก โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงงานแปรรูป ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตสำหรับเกษตรกรรายย่อย
ประการสุดท้าย มาตการอุดหนุนยังสามารถสนับสนุนโครงการริเริ่มด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อาทิ การฟื้นฟูป่าชายเลนและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
กรณีศึกษา
การอุดหนุนจากภาครัฐนับได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว บทความนี้ขอยกตัวอย่างเชิงประจักษ์ของบทบาทที่หลากหลายของการอุดหนุนจากภาครัฐในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นกรณีศึกษาในประเทศไทย เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยในประเทศพัฒนาแล้ว ไปจนถึงการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนและการฟื้นฟูระบบนิเวศในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งบางครั้งได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศ กรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่หลากหลายของบทบาทความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการอุดหนุนที่มีแหล่งที่มาของเงินจากต่างประเทศ ว่าสามารถจัดการกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลกได้อย่างไร
องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก ประเทศไทย (WWF Thailand) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการ Best Aquaculture Partners (BAP) ผ่านโครงการ Market Transformation Initiative (MTI) และโครงการ Aquaculture Improvement Project (AIP) โดยฟาร์ม BAP นำร่องนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำลังการผลิตกุ้ง 200 เมตริกตันต่อปี นับเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการ AIP เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ (Aquaculture Stewardship Council: ASC) WWF Thailand ได้ให้ความช่วยเหลือ BAP ในการวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างการดำเนินงานของฟาร์มกับมาตรฐาน ASC และร่วมกันพัฒนาและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าว ต่อมาผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอกได้ทำการประเมินการดำเนินงานของ BAP อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าฟาร์มมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศการได้รับการรับรอง BAP ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย (WWF 2016)
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) และบริษัท Australis Holdings, Inc. ได้ร่วมกันส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนในเวียดนาม ผ่านตราสารหนี้แปลงสภาพมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวและสาหร่ายทะเลในมหาสมุทร ซึ่งมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการขยายการดำเนินงานของ Australis ในภาคกลางของเวียดนาม และการพัฒนาศูนย์การผลิตแห่งที่สองในภาคใต้ ผู้อำนวยการใหญ่ของ ADB ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่าเป็นการสนับสนุนการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนในเวียดนาม และส่งเสริมการผลิตโปรตีนที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ กองทุนนวัตกรรมและการพัฒนาสภาพภูมิอากาศ (Climate Innovation and Development Fund: CIDF) ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งบริหารโดย ADB) เพื่อสนับสนุนบริษัทย่อยของ Australis ให้ทำการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล Asparagopsis taxiformis ซึ่งมีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซมีเทนในปศุสัตว์ และให้ประโยชน์อื่นๆ เช่น การลดความเป็นกรดในมหาสมุทร และการกักเก็บคาร์บอน โดย CIDF เป็นกลไกทางการเงินแบบผสมผสานที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน (SEADS 2023)
รัฐบาลอินเดียได้ส่งเสริมแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เทคโนโลยีไบโอฟลอค (Biofloc Technology: BFT) และระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียน (Recirculating Aquaculture Systems: RAS) ผ่านโครงการเงินอุดหนุนต่างๆ ในระดับชาติและระดับรัฐ โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการประเมินประสิทธิจากการลงพื้นที่สำรวจและรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร (Kumar 2024)
รัฐบาลอินโดนีเซียและการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่นธนาคารโลก ได้ร่วมกันสนับสนุนให้มีการฟื้นฟูป่าชายเลนและส่งเสริมแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนภายในระบบนิเวศเหล่านี้ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความยืดหยุ่นของชายฝั่ง แต่ยังให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่นด้วย (World Bank 2023)
ในสหภาพยุโรป กองทุนทางทะเล การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งยุโรป (European Maritime, Fisheries and Aquaculture Fund: EMFAF) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้ากองทุนโครงสร้างและการลงทุนของยุโรป เป็นศูนย์กลางในวิธีการจัดการมหาสมุทรของสหภาพยุโรป ด้วยงบประมาณ 6.108 พันล้านยูโรสำหรับปี 2021-2027 กองทุนนี้สนับสนุนนโยบายการประมงร่วม (Common Fisheries Policy) นโยบายทางทะเล และพันธกรณีการกำกับดูแลมหาสมุทรระหว่างประเทศของสหภาพยุโรป โดยตระหนักถึงบทบาทของสหภาพยุโรปในฐานะผู้ผลิตอาหารทะเลรายใหญ่และผู้ปฏิบัติงานในมหาสมุทรทั่วโลก EMFAF มีเป้าหมายเพื่อปกป้องและใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน กองทุนนี้ให้ทุนเพื่อสนับสนุนความคิดริเริ่มที่หลากหลาย รวมถึงโครงการที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านไปสู่การประมงที่มีคาร์บอนต่ำ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล การรับรองการจัดหาอาหารทะเลคุณภาพสูงอย่างมั่นคง และการสนับสนุนสุขภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่พึ่งพาการประมงขนาดเล็ก EMFAF ยังลงทุนในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ การปรับปรุงทักษะและสภาพการทำงานในภาคส่วน การส่งเสริมนวัตกรรมในเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (blue economy) การเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรักษาสุขภาพของมหาสมุทร (healthy oceans) กองทุนนี้ดำเนินการผ่านการจัดการร่วม (5.311 พันล้านยูโรจัดสรรให้แก่โครงการระดับชาติ) และการจัดการโดยตรง (797 ล้านยูโรจัดการโดยคณะกรรมาธิการยุโรป) (European Commission 2021)
ในสหรัฐอเมริกา ศูนย์วิทยาศาสตร์การประมงทางตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Fisheries Science Center) ของหน่วยงานบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) และชนเผ่าพื้นเมือง Jamestown S’Klallam ได้ร่วมกันส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนสำหรับปลาหิมะ (sablefish) ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของชนเผ่าโดยการเปรียบเทียบวิธีการเพาะเลี้ยงบนบกและในมหาสมุทร โดยเคารพวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมือง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา หรือ Cooperative Research and Development Agreements (CRADAs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบนบก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่สิ่งแวดล้อมกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เป้าหมายหลักคือการสร้างแหล่งปลาที่ยั่งยืน และฟื้นฟูประชากรปลาตามธรรมชาติ งานวิจัยที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาธุรกิจในท้องถิ่น ลดการพึ่งพาการนำเข้าอาหารทะเลจากต่างประเทศของสหรัฐฯ ความร่วมมือถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจทัศนคติของสาธารณชน และการสนับสนุนให้ชุมชนพื้นเมืองสามารถเข้าถึงปลาในท้องถิ่นได้ ก็เป็นส่วนสำคัญของโครงการนี้ด้วย CRADAs เป็นเหมือนกรอบการทำงานที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ทดลองแนวคิดใหม่ๆ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็มีระบบที่ช่วยปกป้องกระบวนการทำงาน และทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเขาด้วยเช่นกัน (Bukvich 2024)
ความท้าทาย
แม้ว่ามาตรการอุดหนุน ซึ่งรวมถึงเงินอุดหนุน การฝึกอบรม ความช่วยเหลือทางเทคนิค และการเปิดช่องทางการตลาด จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันว่าเกษตรกรจะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดไปใช้อย่างทั่วถึง พวกเขามักต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งมาตรการอุดหนุนเพียงอย่างเดียวไม่อาจแก้ไขได้ทั้งหมด ข้อจำกัดทางการเงิน แม้จะมีการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ก็ยังคงเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะเมื่อต้องลงทุนเริ่มแรกในเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูงมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ประสิทธิภาพของการฝึกอบรมและความช่วยเหลือทางเทคนิคยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การมีส่วนร่วมของเกษตรกร บริบทของพื้นที่ และความต่อเนื่องของการสนับสนุนในระยะยาว การสนับสนุนด้านการตลาดก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผล หากสภาวะตลาดโดยรวมไม่เอื้ออำนวย เช่น ราคาสินค้าที่ผันผวน หรือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง นอกเหนือจากข้อจำกัดเหล่านี้ การสนับสนุนบางประการอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่คาดคิด เช่น การสร้างการพึ่งพา การบิดเบือนกลไกตลาด หรือการลดแรงจูงใจในการพัฒนานวัตกรรมเมื่อการสนับสนุนสิ้นสุดลง
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ครอบคลุมและรอบด้านยิ่งขึ้น ซึ่งพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยก้าวข้ามการให้เงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้อาจเกี่ยวข้องกับการกำหนดกรอบกฎหมาย โครงการริเริ่มในระดับชุมชน หรือความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทำงานควบคู่ไปกับการสนับสนุนที่ตรงเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ข้อเสนอแนะ
การวางแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติที่บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการประมง/การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางของภาคส่วน และจัดลำดับความสำคัญของการให้เงินอุดหนุนสำหรับแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมควรดูแลให้เกิดความยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางการออกแบบเงินอุดหนุนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด หน่วยงานด้านเกษตร/อาหารควรดูแลความมั่นคงทางอาหาร โดยปรับเงินอุดหนุนให้สอดคล้องกับการพัฒนาอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนและการทำฟาร์มอย่างมีความรับผิดชอบ หน่วยงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ/การวางแผน ควรดูแลยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติ จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการเงินอุดหนุนที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ หน่วยงานเหล่านี้ควรร่วมกันพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติและกรอบนโยบายแบบบูรณาการ (รวมถึงเงินอุดหนุนที่จัดสรรอย่างตรงจุด กฎระเบียบ และกลไกการสนับสนุน) เพื่อให้มั่นใจว่าเกิดการสอดประสานกันระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งมีการกำหนดเป้าหมายระดับชาติ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
การออกแบบและดำเนินโครงการเงินอุดหนุนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยหน่วยงานที่ดูแลด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมักเป็นหัวหอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเงินอุดหนุนเฉพาะทาง เช่น เทคโนโลยีระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียน (RAS) หรืออาหารสัตว์อินทรีย์ ส่วนหน่วยงานด้านเกษตรและอาหารจะเข้ามามีบทบาทในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การสนับสนุนระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานกับการเกษตร หน่วยงานด้านการเงินและคลังจะดูแลเรื่องการจัดสรรงบประมาณและความโปร่งใสทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินอุดหนุนถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่หน่วยงานด้าน SMEs จะให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก โดยมอบเงินอุดหนุนและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับการนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปใช้ ทั้งหมดนี้จะร่วมกันออกแบบโครงการที่ตรงเป้าหมาย กำหนดขั้นตอนและเกณฑ์ที่ชัดเจน จัดการงบประมาณ และประชาสัมพันธ์โครงการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
การวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นหัวใจสำคัญของการทำให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สามารถสนับสนุนทุนวิจัยในด้านต่างๆ เช่น สายพันธุ์สัตว์น้ำที่ทนทานต่อโรค และอาหารสัตว์ทางเลือกที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถส่งเสริมเพิ่มเติมได้ผ่านเงินอุดหนุนที่เฉพาะเจาะจง หน่วยงานด้านการศึกษาและอุดมศึกษา (ที่ดูแลมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย) จะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ในขณะที่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฉพาะทางจะมีความเชี่ยวชาญในเชิงลึก หน่วยงานเหล่านี้จะร่วมกันให้ทุนวิจัย สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี และทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน โดยอาจเชื่อมโยงเงินอุดหนุนกับการนำผลการวิจัยไปใช้จริง
การส่งเสริมและให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิผลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และทำให้เงินอุดหนุนเกิดประโยชน์สูงสุด โดยหน่วยงานด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพและวิทยาลัยเทคนิค จะเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ และจัดทำสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ยั่งยืน รวมถึงวิธีการเข้าถึงและใช้เงินอุดหนุนต่างๆ
การเปิดตลาดและการรับรองผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความคุ้มค่าในการลงทุนในแนวทางที่ยั่งยืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการค้าและพาณิชย์สามารถพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านแคมเปญการตลาดที่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง และอาจให้เงินอุดหนุนสำหรับการรับรองผลิตภัณฑ์ ในขณะที่หน่วยงานด้านมาตรฐานและการรับรองจะพัฒนาและดำเนินโครงการรับรอง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และทำให้ผู้ผลิตสามารถตั้งราคาขายที่สูงขึ้นได้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การตรวจสอบและควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการรับประกันความยั่งยืนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมจะกำหนดมาตรฐาน ตรวจสอบคุณภาพน้ำ บังคับใช้กฎระเบียบ และสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ (เช่น การฟื้นฟูป่าชายเลน) โดยเงินอุดหนุนจะเชื่อมโยงกับการปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎระเบียบเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมแนวทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือระหว่างประเทศและความสัมพันธ์กับผู้ให้การสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยมีหน่วยงานด้านกิจการต่างประเทศ/ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหน่วยงานด้านการพัฒนา/ความช่วยเหลือระหว่างประเทศเป็นผู้ดูแล ความร่วมมือและการสื่อสารลักษณะนี้สามารถช่วยให้ได้รับเงินทุนและความช่วยเหลือ โดยมักมุ่งเน้นไปที่โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงบทเรียนการอุดหนุนที่ประสบความสำเร็จจากประเทศต่างๆ
บทสรุป
มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพราะสามารถช่วยแก้ไขอุปสรรคสำคัญในการนำแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ได้ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้น ไปจนถึงปัญหาการเข้าถึงตลาด ดังที่เห็นได้จากกรณีศึกษาในประเทศไทย เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา การอุดหนุนมีหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ประสิทธิภาพของมาตรการอุดหนุนจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อนำไปใช้ร่วมกับการกำหนดกลยุทธ์ในภาพใหญ่ ซึ่งรวมถึงการมีกฎระเบียบที่รัดกุม การมีส่วนร่วมของชุมชน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา การใช้แนวทางที่สมดุล โดยผสมผสานเงินอุดหนุนที่ตรงเป้าหมายเข้ากับมาตรการเสริมเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เจริญเติบโตต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แนวทางนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการโปรตีนทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ปกป้องระบบนิเวศและสนับสนุนการดำรงชีพ ความร่วมมือที่สอดประสานตามกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ร่วมกันจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้ในอนาคต
